ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์เทศบาลตำบลพระลับ จังหวัดขอนแก่น โทรศัพท์ : 043-915088 โทรสาร : 043-915039

แจ้งเรื่องร้องเรียนสายผู้บริหาร

ภารกิจผู้บริหาร

ปลัด




ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

ห้องสมุด



ระบบจัดการเว็บไซต์

ศูนย์ดำรงธรรม

สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 27/02/2564
วันนี้
6
เมื่อวานนี้
71
เดือนนี้
583
เดือนที่แล้ว
1,688
ปีนี้
3,178
ปีที่แล้ว
0
ทั้งหมด
3,178
ไอพี ของคุณ
3.238.173.209

วัดตาลเรียง ,เทศบาลตำบลพระลับ,phalub.go.th

บ้านผือ เป็นวัดที่ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๐ เป็นวัดที่มีอุโบสถที่สร้างด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งหลังทรงจัตุรมุขที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และยังเป็นวัดที่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม ปัจจุบันเปิดทำการเรียนการสอน ช่วงชั้นที่ ๓ ( ม.๑ – ม. ๓ ) แผนกธรรมบาลีและแผนกสามัญศึกษา ประจำตำบลพระลับ ซึ่งเป็นแหล่งศูนย์รวมน้ำใจสาธุชนชาวตำบลพระลับ จึงทำให้วัดตาลเรียงเป็นวัดที่มีบรรยากาศของการเรียนการสอนซึ่งเต็มไปด้วย สามเณรรูปเล็ก ๆ กำลังอยู่ในวัยใฝ่เรียนใฝ่รู้อย่างมากมาย

13 มีนาคม 2564

วัดทุ่งเศรษฐี ,เทศบาลตำบลพระลับ,phalub.go.th


               ประวัติวัดทุ่งเศรษฐี ตั้งอยู่ใน ตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น  มี “มหาเจดีย์รัตนะ” หรือ “มหาเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุ”  ได้ถูกสร้างโดยความริเริ่มของหลวงตาอ๋อยหรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงตาย่ามแดง” ท่านได้ชักชวนลูกหลานศิษยานุศิษย์ร่วมกันสร้างมหารัตนเจดีย์ฯแห่งนี้บนที่ดินแปลงหนึ่งของท่าน ความโดดเด่นของมหาเจดีย์ ที่รูปแบบการก่อสร้างที่สะท้อนถึงความเชื่อต่างๆ เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างองค์เจดีย์สำคัญทั้งสามโลก  คือ เจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ นครเจดีย์ในนาคพิภพ และมหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุบนโลกมนุษย์ มาเยือนที่นี่แค่เพียงที่เดียวก็เหมือนกับว่าได้มาสักการะองค์เจดีย์ถึง  3 โลกเลยทีเดียวทุ่งเศรษฐี 

พระมหาเจดีย์สร้างมาจากความเชื่อที่ว่า จุดนี้คือบริเวณที่เชื่อมต่อระหว่าง 3 โลกธาตุ  ทั้งสวรรค์ มนุษย์ และเมืองบาดาล ตั้งอยู่ท่ามกลางบึงน้ำล้อมรอบ ตกแต่งบันไดทั้ง 4 ด้าน ด้วยลวดลายของสัตว์ 4 ตระกูล เรียกว่า บันไดธาตุสี่ พร้อมผู้ดูแลทั้ง 4 ทิศ องค์พระเจดีย์ออกแบบเป็นเจดีย์โถงโล่ง ทรงระฆังคว่ำ แบบนานชาติ ทั้งไทยธิเบต จีน ฝรั่ง ผสมผสานกันอย่างสวยงาม  ยังมีจุดสักการะเจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์ พระสีวลี  และยังมีลานนรกที่สร้างไว้เตือนสติด้วย 
เจดีย์ราย เป็นเจดีย์องค์เล็กรอบเจดีย์ประธาน มีเทพทวารบาลอย่างเช่นท้าวเวสสุวรรณประจำอยู่ แต่ละทิศ

ห้องปริศนาธรรม วงศ์ไวศยวรรณ ตั้งอยู่ใต้มหาเจดีย์ฯ   เป็นห้องแสดงภาพปริศนามธรรม เกี่ยวกับวงจรชีวิต คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย

สิ่งสำคัญภายในวัด
มหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุ
บรรจุพระทันต์แก้วซี่ขวาล่าง พระบรมสารีริกธาตุพระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ และเครื่องสักการะทั้งหลายทั้งปวง นับถือว่าตำแหน่งของพระมหาเจดีย์ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเจดีย์จุฬามณีซึ่งบรรจุพระเขี้ยวแก้วซี่ขวาบนในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์กับนาคเจดีย์ในนาคพิภพซึ่งบรรจุพระเขี้ยวแก้วซี่ซ้ายล่าง ดังนั้นเมื่อผู้ใดได้มาสักการะพระมหาเจดีย์แห่งนี้ก็เท่ากับได้กราบไหว้บูชาเจดีย์ทั้งสามองค์ในสามโลกธาตุในคราเดียวกัน
พระพุทธนีลวรรโณศีโลทรัพยุดม
หรือหลวงปู่ดำ พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองเหลืองผิวสีดำทรงเครื่องปิดทองประดับพลอยสีต่างๆ ปางสมาธิ ศิลปะแบบลพบุรี ขนาดหน้าตักกว้าง 155 นิ้ว

มณพปองค์ปฐม
ศาสนาสถานแห่งแรกของวัดซึ่งถ้าเทียบกับแนวคิดตามแบบพราหมณ์ก็จะมีความสำคัญเท่ากับการสร้างเสาหลักเมืองนั้นเองมีลักษณะมณฑปขนาดย่อม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ปฐมและรูปหล่อบูรพาจารย์อีกสามองค์ ได้แก่ หลวงปู่ปานวัดบางนมโค หลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง และหลวงปู่สา อาภัสสโร วัดสวนมอน จ.ขอนแก่น

สวนนรก
หลวงตาท่านดำริว่า ผู้คนในยุคหลังๆนั้นห่างไกลจากศีลธรรมขาดความเกรงกลัวต่อบาปกรรม จึงให้จำลองสภาขุมนรกต่างๆไว้ในบริเวณวัดทิศตะวันออกซึ่งประกอบด้วย รูปปั้นพญายม เปรตและนรกห้าขุม แสดงวิบากกรมของสัตว์นรกหมู่ต่างๆอันเกิดจากละเมิดศีลห้า เพื่อเป็นอุทาหรณ์ของผู้ใหญ่และเยาวชน

รูปปั้นพญานาค
อยู่ถัดจากบริเวณสวนนรกเล็กน้อย เป็นรูปพญานาคตนใหญ่อยู่ในท่ากำลังเลื้อยขึ้นมาจากสระน้ำใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง
 แท่นแว่นฟ้าจุฬามณีและท่านาคเจดีย์ศรีนาคิน
เป็นแท่นและท่าน้ำสำหรับลอยโคมและประทีปบุชา แด่มหาเจดีย์อีกสององค์ในสองภพ
การเดินทาง
วัดตั้งอยู่ทางเลี่ยงเมืองขอนแก่น ถ้ามาจากทางบ้านไผ่ถนนมิตรภาพก่อนถึงตัวเมืองจะมีทางเลี่ยงเขียนว่าไปกาฬสินธุ์ ก็เลี้ยวขึ้นสะพานไปตามลูกศร ไปอีกไม่กี่กิโลเมตรจะเห็นป้ายชี้เข้าวัดด้านซ้ายมือ ขับรถจากในเมืองใช้เวลา 10 นาที ระยะทางจากตัวเมือง ขอนแก่น 8 กม.

 

13 มีนาคม 2564

วัดป่าพุทธญาณรังษี,เทศบาลตำบลพระลับ,phalub.go.th

ที่ตั้ง ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นวัดที่งดงามทั้งสถานที่และพระอาจารย์ทุกรูปจริยฎัฒงดงามทำนุบำรุงพระศาสนาเป็นอย่างดี สร้างวัดให้อยู่ร่วมกันกับชุมชนได้อย่างดีเยี่ยม ถาวรวัตถุสร้างแบบเรียบร้อยแต่สวยงาม พระอาจารย์วินัยธรวรรณาญาณวโร ดร. มีเมตตาเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสในลูกศิษย์ทั่วทุกสารทิศ
วัดป่าพุทธญาณรังสีมีการจัดทำ กิจกรรม สะพานบุญ พบธรรม นำสุข เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมทำบุญได้พักผ่อน สงบจิตสงบใจ สงบอารมณ์ รวมทั้งการเรียนรู้พระธรรมคำสั่งสอนในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคำพ่อสอนของในหลวงรัชกาลที่ ๙

13 มีนาคม 2564

วัดป่าแสงอรุณ,เทศบาลตำบลพระลับ,phalub.go.th

ที่ตั้งวัด / อาณาเขตของวัด
วัดป่าแสงอรุณ เป็นวัดราษฎร์ ตั้งอยู่เลขที่ 448 บ้าน เลิงเปือย หมู่ 9 ตำบลพระลับ อำเภอเมือง
จังหวัดขอนแก่นสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุตด้านทิศตะวันออกและห่างจากตัวเมืองขอนแก่น ระยะทางประมาณ  1 กิโลเมตร
- ทิศเหนือ กว้าง 443 เมตร ติดถนนพระคือ-หนองโพธิ์
- ทิศใต้ กว้าง 204 เมตร ติดถนนสาธารณประโยชน์
- ทิศตะวันออก กว้าง 243 เมตร ติดถนนสาธารณประโยชน์
- ทิศตะวันตก กว้าง 216 เมตร ติดถนนสาธารณประโยชน์
ประวัติความเป็นมา
          วัดป่าแสงอรุณ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2473 โดยพระอาจารย์เทสก์ เทศรังสี (หลวงปู่เทสก์) วัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย และพระอาจารย์ปิ่น ปัญญาพโล   เริ่มแรกยังมิได้มีการตั้งชื่อวัด ในระยะแรกจึงเรียก "วัดป่าพระคือ" เนื่องจากชาวบ้านพระคือให้ความอุปถัมภ์วัดมาก่อน ต่อมาหมู่บ้านเลิงเปือยให้การอุปถัมภ์บำรุงวัด และมีการตั้งชื่อวัดใหม่ว่า "วัดป่าแสงอรุณ"  ต่อมา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2528 ทางวัดได้รับพระราชทาวิสุงคามสีมา เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร

ข้อมูลทั่วไป
                วัดป่าแสงอรุณ ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดป่าแสงอรุณ ตำบลพระลับ ห่างจากศาลากลางจังหวัดขอนแก่นประมาณ 6 กิโลเมตร ตามเส้นทางขอนแก่น-กาฬสินธุ์ วัดมีเนื้อที่ 39 ไร่ สิมอีสาน ได้เน้นถึงรูปแบบ ทรวดทรง ความมั่นคงสามารถคุ้มแดดคุ้มฝน ตลอดจนความวิจิตรงดงามของภาพเขียนฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้และอนุรักษ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดขอนแก่นตลอดไป
               ปูชนียสถาน / ปูชนียวัตถุ  
               อุโบสถ (สิมอีสานประยุกต์) เป็นสถาปัตยกรรมแบบอีสานตอนบนผสมผสานกับสถาปัตยกรรมส่วนกลาง เพื่อให้สวยโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กว้าง 15 เมตร ยาว 34 เมตร สูงจากพื้นดินเดิม 60 เมตร เสา 52 ต้น หน้าต่าง 14 ช่อง ประตู 3 ช่อง หลังคามุงด้วยกระเบื้องเกล็ดปลาแบบโบราณ มีหอระฆัง 4 หอ ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วที่มั่นคงถาวรโดยตลอด
พระประธานประจำวัดมีชื่อว่า "หลวงปู่ขาว"เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร (ปางมารวิชัย) สมัยเชียงแสน ขนาดหน้าตักกว้าง 11 นิ้ว สูง 1 ฟุตเศษ ซึ่งเป็นพระคู่บารมีของวัด
พระประธานในสิมอีสานมีชื่อว่า "พระพุทธสังสิโยภาสสุขพิพัฒน์"เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร ขนาดหน้าตักกว้าง 69 นิ้ว สูง 2 เมตรเศษ มีลักษณะงดงาม และเป็นศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป
ศาลาหลวงพ่อองค์ดำ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปฎิมาองค์ดำจำลองมาจากมหาวิทยาลัยนาลันทา ประเทศอินเดีย มีพระประจำวันเกิดครบทุกวัน และมีรูปเหมือนพระบูรพาจารย์สำคัญ 2 รูปคือหลวงปู่มั่น และหลวงปู่เทสก์

สิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ที่สำคัญ 
ศาลาไม้แก่นขาม 1 หลัง เป็นการก่อสร้างโดยใช้วัสดุที่เป็นไม้แก่นขามทั้งหมด ตั้งแต่เสาถึงหลังคาชั้นบนเพียงชนิดเดียว โดยไม่ใช้ไม้อื่นๆ เลยจนกระทั่งไม้ฐานตั้ง พระพุทธรูปและพระพุทธรูปปางรำพึง สูงประมาณ 1 เมตร ก็เป็นไม้แก่นขามทั้งสิ้น
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งวิถีชาวชนบทอีสาน เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นปั้นวิถีชีวิตชาวชนบทอีสานเกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรรมทั้งหมด โดยมีจุดมุ่งหมายให้เยาวชนไทยได้ทราบวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษของตน จะได้เกิดความประทับใจในความเป็นไทยที่สืบทอดมาด้วยความเหนื่อยยาก 
วังปลาบึกยักษ์ ขนาด 100 กิโลกรัม บริเวณด้านหลังวัดจะมีสระน้ำเป็นที่อยู่อาศัยของปลาบึกขนาดใหญ่ จะลอยขึ้นมาเหนือน้ำให้ผู้ที่ไปเยี่ยมชมได้พบเห็นและได้บริจาคอาหารให้ปลาชนิดต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดบุญกุศลอีกส่วนหนึ่ง  นอกจากนี้ทางด้านหน้าวัดด้านทิศเหนือของสิมอีสานยังมีน้ำตกจำลอง สวนหย่อม สนามหญ้า  ป่าไม้หลากหลายพันธุ์ ให้ผู้ที่เข้าไปเยี่ยมชมได้พบเห็นและพักผ่อนหย่อนใจ เมื่อเข้าไปในบริเวณวัดอีกด้วย

การบริหารและการปกครอง
               วัดป่าแสงอรุณ สร้างก่อนพระราชบัญญัติคณะสงฆ์พุทธศักราช 2484 ผู้นำด้านการปกครองภายในวัด ซึ่งเรียกว่า “เจ้าอาวาส” ก็บริหารสืบต่อกันมา โดยไม่มีการแต่งตั้งแต่อย่างใด แต่ก็เคารพเชื่อฟังกันตามอายุ พรรษา ด้วยดีมาตลอด เริ่มมีการแต่งตั้งเป็นทางการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา ซึ่งมีลำดับ เจ้าอาวาส ดังนี้
1) พระอาจารย์เทศก์ เทสฺรํสี (พระราชนิโรธรังสี) พ.ศ. 2473–2474   
2) พระอาจารย์สอน พ.ศ. 2474–2476
3) พระอาย์ครูจันทร์ พ.ศ. 2476–2480                                       
4) พระอาจารย์บุญ พ.ศ. 2480–2485  
5) พระอาจารย์สี พ.ศ. 2485–2488
6) พระหลวงปู่นนท์ พ.ศ. 2488–2494
7) พระอาจารย์สมพร พ.ศ. 2494–2500
8) พระอาจารย์สุวรรณ ขนฺติโก พ.ศ. 2500–2504
9) พระอาจารย์ทองม้วน อตฺตคุตฺโต พ.ศ. 2504–2509
10) พระอาจารย์สุวรรณ ขนฺติโก พ.ศ. 2509–2515
11) พระอาจารย์ทองม้วน อตฺตคุตฺโต พ.ศ. 2515–2519
12) พระธรรมดิลก (สมาน สุเมโธ ป.ธ.๙) พ.ศ. 2519–ปัจจุบัน   

 

13 มีนาคม 2564

วัดสมศรี,เทศบาลตำบลพระลับ,phalub.go.th

 ตั้งอยู่เลขที่ ๒๒๘ บ้านพระคือ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๑ งาน อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๔ เส้น ๔ วา จดที่นาของชาวบ้าน ทิศใต้ประมาณ ๓ เส้น ๕ วา จดโรงเรียนพระคือ ทิศตะวันออกประมาณ ๓ เส้น ๒ วา จดที่นาของชาวบ้าน ทิศตะวันตกประมาณ ๔ เส้น ๑๐ วา จดถนนหมู่บ้าน อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร เป็นอาคารคอนกรีต สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ ศาลาการเปรียญ กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ และกุฏิสงฆ์ จำนวน ๗ หลัง
วัดสมศรี ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระมหาปิ่น ปญฺญาพโล รูปที่ ๒ พระลี สิริธโร รูปที่ ๓ พระเสน ขนฺติญาคโม รูปที่ ๔ พระไพร รูปที่ ๕ พระจันทร์ รูปที่ ๖ พระสีทน กาญฺจโน รูปที่ ๗ พระคำผอง รูปที่ ๘ พระสุบิน สุปิโน
ปัจจุบันมี พระมหาอดิศักดิ์ ฐานธมฺโม เป็น เจ้าอาวาส

13 มีนาคม 2564

1

ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 / 1  (5 รายการ)